ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน ประเพณีช็อกทำลายชีวิตผู้หญิง บนเกาะซุมบา

ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน ประเพณีช็อกทำลายชีวิตผู้หญิง บนเกาะซุมบา

ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน -  เซาท์ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานประเพณีเขย่าขวัญของสังคมผู้ชายเป็นใหญ่เกาะซุมบา ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อหญิงสาวบนเกาะถูกลักพาตัวจากบ้านไปแต่งงานโดยไม่ยินยอม เหยื่อมักถูกขืนใจ ถูกทำลายความฝันและแผนชีวิตที่ตั้งใจไว้ แม้กระทั่งพรากจากคนรักที่มีอยู่ก่อนแล้ว

เกาะแห่งนี้มีประชากรกว่า 750,000 คน แม้อุดมไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่มีความน่ากลัวแฝงอยู่ ตามธรรมเนียมเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมาโดยเปิดทางให้ผู้ชาย “ฉุด” ผู้หญิงจากครอบครัวของเธอ ทำลายความฝันและความมุ่งมั่นของหญิงสาว แล้วบังคับให้เข้าพิธีแต่งงาน ตามธรรมเนียมที่ตกทอดกันมาหลายปีบนเกาะ

วิดีโอความยาว 29 วินาทีที่แชร์ว่อนในโลกออนไลน์ไม่นานมานี้ เผยให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้คร่ำครวญ ขณะกำลังถูกผู้ชาย 5 คนหามออกไปนอกบ้าน ทำให้ผู้คนที่ได้ชม รวมถึงชาวอินโดนีเซียในพื้นที่อื่นตกตะลึง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเช้าวันหนึ่งในเดือน มิ.ย.  ผู้ชายคนหนึ่งผูกม้าไว้กับรั้วบ้านของครอบครัวหญิงสาวอายุ 21 ปี ชื่อสมมติ ว่า “ราติห์” อาศัยในหมู่บ้านดามากา บนเกาะซุมบา จังหวัดนุสาเตงกา จากนั้นหญิงสาวถูกชาย 5 คนบุกเข้ามาในบ้านฉุดลากแล้วแบกตัวออกไป

ราติห์กรีดร้องและตะโกนว่าไม่อยากไป แต่อยากจะเรียนต่อ แต่ชายกลุ่มนี้ไม่สนใจและพาเธอไปที่บ้านชายคนหนึ่ง ชื่อสมมติว่า “นาลา” ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร

ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน

เมื่อชายกลุ่มนี้แบกราติห์ขึ้นบ้านนาลา มีผู้หญิงคนหนึ่งในบ้านพรมน้ำที่หน้าผากของราติห์ตามธรรมเนียมเพื่อให้เธอสงบและยอมทำตาม

บ่ายวันเดียวกันนั้นเอง ครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายตกลงให้จัดงานวิวาห์ให้นาลาและราติห์ โดยว่าที่เจ้าสาวไม่ได้พูดเลยสักคำเดียว

ตัวแทนองค์กรเปรูอาติส่งตัวแทนไปยังบ้านนาลาเพื่อพบกับราติห์ ซึ่งเฮอร์ลินากล่าวว่า เมื่อถามราติห์ว่ายอมตกลงแต่งงานกับนาลาหรือไม่ เธอได้แต่เงียบไปนาน จนสุดท้ายยอมเอ่ยคำว่า “ค่ะ”

 

ราติเมอร์ เฮอร์ลินา ราตู เคนยา เลขาธิการสมาคมความเชื่อเกี่ยวกับสตรีซุมบา หรือ เปรูอาติ กล่าวว่าธรรมเนียมนี้ เรียกว่า “กาวิน ตังกัป” หรือ “จับเจ้าสาว”

ราติมเอร์เล่าว่าราติห์ทำงานและอาศัยบนเกาะบาหลีมาหลายปี ก่อนกลับบ้านบนเกาะซุมบาเพียงไม่กี่วันเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษาระดับมัธยมปลายและต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยบาหลีในปีนี้ แต่ฝันต้องสลาย เมื่อถูกกระทำด้วยประเพณีนี้

หลังจากราติห์ถูกลักพาตัวไปได้เพียงสัปดาห์เดียว หญิงสาวอีกคนหนึ่งก็ถูกฉุดเช่นเดียวกัน “มาวาร์” ชื่อสมมติของหญิงสาววัย 23 ปี กำลังให้นมลูกอายุ 10 เดือนอยู่ที่เฉลียงบ้าน ขณะที่ชายกลุ่มหนึ่งขึ้นมาบนบ้านและคว้าตัวลูกน้อยไปแล้วลักพาตัวเธอ

 

มาร์กัส กัมปิง อาสาสมัครกลุ่มเพื่อผู้หญิงและเด็ก หรือ โซปาน กล่าวว่ามาวาร์ถูกพรากจากผู้ชายคนหนึ่งไปหาผู้ชายอีกคนหนึ่ง โดยถูกแขวนไว้บนรถบรรทุกที่จอดอยู่ห่างจากบ้าน 20 เมตร แม้พ่อและพี่ชายพยายามต่อสู้ แต่แพ้หมดรูป

ธรรมเนียมลักพาตัวไปแต่งงาน มักไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้งนักบนเกาะซุมบา แต่สามีของมาวาร์ทำงานอยู่ที่เกาะอื่น กลุ่มคนที่ลักพาตัวจึงคิดว่าเธอยังโสด ระหว่างการเดินทางไปบ้านบูดิ ว่าที่เจ้าบ่าว ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มาวาร์ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ล่วงละเมิดทางเพศทำให้แผลผ่าตัดคลอดปริและเลือดทะลักออกมา

ค่ำวันนั้น ครอบครัวของมาวาร์ส่งตัวแทนไปยังบ้านบูดิเพื่อถามความสมัครใจว่าอยากจะแต่งงานกับบูดิหรือไม่ มาวาร์ปฏิเสธ เธอเจ็บปวดเพราะแผลฉีกและร้องขอกลับบ้าน ขณะที่ลูกชายร้องไห้หาแม่ พ่อของมาวาร์จึงแจ้งความกับตำรวจ

ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน

เช้าวันต่อมา ตำรวจ 2 นาย สมาชิกครอบครัวมาวาร์ และหัวหน้าหมู่บ้าน พร้อมทั้งอาสาสมัครจากโซปาน มุ่งหน้าไปบ้านบูดิเพื่อรับตัวเธอ มาร์กัสกล่าวว่า มาวาร์อ่อนเพลียมาก เธอร้องไห้ฟูมฟายเมื่อเห็นว่าพวกเรามารับตัวเธอกลับบ้าน  ข่าวเด่นวันนี้

ด้านอุมบู โจวา ผู้เชี่ยวชาญด้านขนบธรรมเนียมและความเชื่อเกาะซุมบา กล่าวว่าพิธี “จับเจ้าสาว” เป็นการบิดเบือนวัฒนธรรมบนเกาะและเป็นการละเมิดธรรมเนียมและผิดแผกจากธรรมเนียมเกาะซุมบา

ตามธรรมเนียมดั้งเดิมบนเกาะซุมบา เล่าต่อกันมาว่าผู้ชายและผู้หญิงได้พบรักกันและแต่งงานกัน ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายทั้งร่ำรวยและอยู่ในชนชั้นสูง แต่ตามกฎระบุว่าฝ่ายชายต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นลูกสาวของน้องชายแม่เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติไว้ในวงศ์ตระกูล

ธรรมเนียมกาวิน ตังกัป มักจะเชิญเจ้าสาวมาที่บ้านฝ่ายชายโดยพ่อแม่ของว่าที่เจ้าสาวยินยอม โดยไม่ต้องถามความเห็นของว่าที่เจ้าสาวเพราะไม่จำเป็น แต่กาลเวลาทำให้ธรรมเนียมถูกบิดเบือน ผู้ชายที่มั่งคั่งร่ำรวยอยากจะได้ผู้หญิงคนไหนก็ให้ไปจับตัวมาแต่งงานโดยครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ยินยอม

อุมบูกล่าวว่า คนที่ลักพาตัวจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมราคาแพงและสินสอดให้กับครอบครัวฝ่ายหญิง ซึ่งมักได้แก่ ม้าซุมบา 6 ตัว ราคาตัวละประมาณ 35 ล้านรูปี หรือ ประมาณ 74,400 บาท ควาย 5 ตัว ตัวละประมาณ 17-25 ล้านรูปี รวมๆ แล้วจะได้ทรัพย์สินประมาณ 300 ล้านรูปี หรือประมาณ 620,000 บาท

แทนที่ฝ่ายชายจะห้ามปรามพิธีลักพาตัว กลับตามน้ำเพราะทำให้เกิดความภาคภูมิใจว่าจับเจ้าสาวได้ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านจะได้รับรู้ว่าฐานะร่ำรวยและมีอำนาจเพียงใด ขณะที่ฝ่ายหญิงที่ถูกลักพาตัวมักถูกคนที่มาฉุดไปล่วงละเมิดทางเพศหรือข่มขืน

อุมบูกล่าวว่า หลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้หญิงอับอายและไม่กล้าไปไหน สุดท้าย ต้องยอมจำใจแต่งงานกับคนที่ลักพาตัว

แอนดิ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในซุมบากลาง กล่าวว่าเคยช่วยน้องชายลักพาตัวลูกพี่ลูกน้องเมื่อ 2-3 ปีก่อน เพราะพ่อของผู้หญิงคนนี้ขอให้ทำและยังมีศักดิ์เป็นลุงของตนด้วย ซึ่งตามธรรมเนียมในซุมบา ลุงเป็นผู้พิจารณาการสืบสกุล

แอนดิกล่าวว่า ตนและน้องชายลักพาตัวหญิงสาวจากที่ทำงานโดยไม่ได้ใช้ความรุนแรง เมื่อกลับมาถึงบ้าน เสียงฆ้องดังกังวาลไปทั่งห้องจัดเลี้ยง งานเลี้ยงถูกจัดเตรียมไว้รองรับแขกจากทั่วหมู่บ้านเพื่อประกาศให้รับทราบโดยทั่วกันว่าหญิงสาวคนนี้จะมาเป็นเจ้าสาว

 

ด้านเจ้าสาวนั่งกลางวงล้อมของผู้ชายที่คล้องแขนกันและแบกเธอขึ้นไปบนเรือนผูก ราวกับยกผู้ที่ทำแต้มได้ในกีฬาฟุตบอล พ่อแม่ของแอนดิและคนในครอบครัวที่มีอาวุโสพยายามเกลี้ยกล่อมให้แต่งงานกับน้องชายของแอนดิ โดยโน้มน้าวว่าเป็นสิ่งที่ถูกที่ควร แต่เธอปฏิเสธและยืนกรานว่ามีแฟนแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่วัน พ่อแม่ของเธอก็มารับตัวกลับ

“พวกเรามีเหตุผล เมื่อเห็นว่าผู้หญิงไม่ยินยอม ก็ปล่อยไป ตลอดเวลาที่อยู่บ้านฝ่ายชาย ผู้หญิงไม่ยอมรับประทานข้าวหรือแม้แต่น้ำ และพยายามทำร้ายตัวเอง” แอนดิกล่าวและว่าธรรมเนียมนี้ได้รับการยอมรับเพราะชาวบ้านในหมู่บ้านของตนกว่าร้อยละ 60 แต่งงานด้วยวิธีลักพาตัวเจ้าสาวกันทั้งนั้น ไม่มีคู่ไหนหย่าและลูกหลานต่างประสบความสำเร็จ

ฉุดอุ้มสาวไปแต่งงาน

คลิปพิธีการ “จับเจ้าสาว” ที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ทำให้องค์กรคริสเตียน เชิร์ช ออฟ ซุมบา กลุ่มสตรีเปรูอาติ ภาคประชาคสังคม และหัวหน้าเขตซุมบากลาง รวมทั้ง นักกฎหมายร่วมกันทำบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู ขึ้นมา

ด้าน ไอ กุสติ อายู บินตัง ดาร์มาวาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงส่งเสริมสตรีและคุ้มครองเด็ก ไปเยือนซุมบาเพื่อหารือถึงธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้แทนชุมชนและนักกฎหมายและเป็นสักขีพยานการลงนามเอ็มโอยูระหว่างทั้ง 4 ฝ่ายกับรองผู้ว่าการจังหวัดนุสาเตงการาติเมอร์เพื่อยกเลิกการบังคับแต่งงาน

 

ส่วนชะตากรรมของมาวาร์ แม่ยังสาวซึ่งถูกลักพาตัวไปเมื่อเดือน มิ.ย. ไม่กล้าแจ้งข้อหาเพราะกลัวว่าครอบครัวหรือเพื่อนของผู้ก่อเหตุจะทำแก้แค้น หากผู้ลักพาตัวถูกจำคุก ขณะที่ราติห์ อยู่ในการดูแลอารักขาอย่างแน่นหนาในบ้านนาลา ระหว่างรอครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมงานวิวาห์

 

 

ที่มา : www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวเด่นวันนี้ ได้ที่เว็บไซต์  www.siam-newspost.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *